Posted by: mondaymelody on: สิงหาคม 23, 2007
เสียงวงล้อของจักรยานเก่าๆที่รับมาจากศูนย์รีไซเคิลเล่นล้อกับลมที่มันวิ่งสวนผ่านอย่างเร่งรีบเกินกำลังลงเขามิโน เสียงมันฟังคล้ายๆมีใครซักคนกำลังบ่นพร่ำอะไรที่ฟังไม่รู้เรื่องเข้าหูอยู่ตลอดเวลา เวลาเที่ยงคืนที่นี่เงียบไม่หยอก คนเมืองแถบนี้เข้านอนเร็วพอๆพระอาทิตย์หน้าหนาว บ้านเมืองดูสะอาดตา ไม่มีเสียงอะไรดังแปลกประหลาดให้ขนลุกน่ากลัวเวลากลางคืน เว้นเสียแต่เมื่อวาน
มิโฮะเพิ่งเริ่มหัดขี่จักรยานได้สักพัก แค่อาทิตย์ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ห้องเช่าแถบโอโนะฮาราเพราะว่าได้งานที่ร้านเช่าวีดีโอแถบนี้ แถมค่าเช่าก็ไม่แพงเหมือนย่านคิตะเซนริที่เธอเคยอยู่ มิโฮะต้องออกจากบ้านมาทำงานเก็บเงินเรียนหนังสือเองตั้งแต่เธอเข้ามหาวิทยาลัย เธอเป็นคนเกียวโตแต่เธอไม่เคยชอบที่นั้นเลยแม้แต่น้อย แม้พูดได้ว่าคนทั้งสี่เกาะในญี่ปุ่นหลงใหลกลิ่นอายเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโตจนเกินหน้าเกินตาเวลาเธอถูกถามถึงบ้านเกิดของเธอซึ่งไม่บ่อยนักหรอกที่จะมีคนถาม อย่างน้อยก็เด็กหนุ่มข้างห้องที่พาผู้หญิงมานอนไม่ซ้ำหน้า ที่เธอไม่ค่อยอยากจะสังสรรค์กับบ้านเก่าเธอเท่าไรนัก บางทีอาจเป็นเพราะความหลังครั้งเก่าที่พ่อของเธอเคยบากมันไว้ในความทรงจำร้ายๆของเธอ เธอไม่เคยลืม ไม่ใช่สิ เธอลบรอยบากลึกที่กลายเป็นแผลเป็นน่ารังเกียจในความทรงจำไม่ได้หรอก เธอทำได้แค่เพียงมองข้ามมันไปชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นเอง บางคืนมันก็หลอนหลอกเธอซะผวาตื่นกลางดึกขึ้นมาเจอเสียงครางครวญสันกระซาบของหญิงสาวเบียดบดอยู่กับเพื่อนข้างห้องของเธอ แต่มิโฮะก็ยังรู้สึกดีเพราะอย่างน้อยก็รู้ว่าเธอไม่ได้มีชีวิตอยู่คนเดียวในโลก ในเวลาที่ฝันร้ายตามมาหลอกหลอนเธอ เว้นเสียแต่เมื่อคืนวาน
จักรยานที่มิโฮะไปรับมาจากศูนย์รีไซเคิลนั้น…
…ยังไม่มีต่อ…
Posted by: mondaymelody on: สิงหาคม 23, 2007
เธอชื่อมิโฮะ
ผมเจอเธอเมื่อตอนเรียนมัธยมปลายที่กรุงเทพฯ เราเรียนชั้นเดียวกัน ทับเดียวกัน นั่งใกล้กันแต่ไม่เคยคุยกัน ตอนนั้นเธอดูสดใสราวกับคัสตาร์ดเค้กในตู้แช่เย็นร้านสะดวกซื้อมีชายหนุ่มซุกซนวัยกระเตาะเป็นฝูงให้เธอชี้เลือกดั่งเธอเป็นนางพญาผึ้งเลือกเบอร์คู่นอนในรังผึ้งกระจกย่านรัชดา เธอสนใจพวกนั้นไหมน่ะหรือ สนใจสิ ก็ในเมื่อเธอยังเป็นหญิงสาวผู้บริสุทธ์ที่ยังแม้แตะต้ององคชาติน้อยอันกระจ้อยร่อยของฝูงมดงาน ผู้ใดขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์ ผู้นั้นย่อมยังไม่สามารถตัดขาดจากกิเลส ความอยากรู้อยากเสือกความใคร่ความสงสัยไปได้ นับประสาอะไร้กับเด็กสาวไร้กลิ่นคาวชายหนุ่ม
เธอเป็นคนพูดเก่ง คุยเก่ง บ่นเก่ง เรื่องใช้ปากเธอเก่งทั้งนั้น แต่ใช่ว่าใช้ปากเก่งแล้วเรื่องอื่นเธอก็จะเก่งตามไปด้วย ถึงแม้จะมีชายหนุ่มมากมายปานจะล้นโลกเข้ามาให้เธอเลือกสังสรรค์ประสบการณ์ต่างๆนาๆ แต่เธอยังรักดีไม่เสื่อมคลายคล้ายแม่ของเธอที่พร่ำบอกทุกคนที่เธอพบหน้าว่า “ฉันยังบริสุทธ์”
ใช่ว่าแม่ของเธอรับเธอมาเลี้ยงครั้งเธอยังฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง แม่ของเธอถึงได้ยังรักษาประตูกั้นโลกกับสวรรค์ของเธอเอาไว้ได้นานนับเธอเติบโตจนเข้าเรียนมัธยมปลายไม่ หากแต่โป้ปดโลกร้ายๆใบนี้ไว้ด้วยคำเพียงสี่คำกับใบหน้าสวยและใบอกโตของเธอว่า “ฉันไม่มีลูก” เพียงเท่านี้โลกทั้งโลกก็สยบให้กับคำปดมดเท็จที่มีใบหน้าสวยและอกใบโตของเธอออกหน้าให้ และทิ้งเศษเดนความใคร่ของเธอกับชายหนุ่มไร้หน้าไร้เงาไว้กับแม่ผู้ให้บันเกิดตน เธอทิ้งลูกตัวน้อยๆไว้กับคุณยายที่บ้านนอกแล้วไม่เคยเหลียวแวะไปเยี่ยมเยียนอีกเลยจนกระทั่งเธอติดโรคร้ายคล้ายว่ากรรมตามสนอง ทำให้เธอต้องหลบไปตายที่บ้านเกิด
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ความเกลียดที่มิโฮะมีต่อแม่ของเธอ ตั้งแต่ครั้งผุดหัวออกมาจากช่องคลอดมารดาที่ไม่เคยสำนึกเลยว่าตัวเองมีลูกนั้นมิเคยเสื่อมคลาย เธอไม่เคยเผยปากนุ่มสีชมพูทวีปอันเรียวเข้ารูปน่าชิดใกล้ให้กับเรื่องราวลึกลับของแม่ของเธอให้ใครฟังเลย แม้แต่หูของเธอเอง
ผู้ชายหลายคนพูดว่าเธอร้ายนัก ผู้ชายหลายคนไม่เชื่อ ผู้ชายหลายคนที่เคยไม่เชื่อบัดนี้เชื่อแล้ว “ร้ายนัก” คำๆนี้ดูไม่เหมาะสักเท่าไรนักกับผู้หญิงชื่อ “มิโฮะ” แต่จริงสำหรับชายที่ได้เคยลองคุยแลกเปลี่ยนคำพูดกับเธอแล้วสบถคำนั้นออกมา “ร้ายนัก” จึงไม่แปลกที่เธอยังรักษาเยื่อบางราคาแพงไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าหน้าตาและนิสัยของเธอจะเอื้ออำนวยต่อการทำลายก็ตาม เพราะเหตุนี้ทำให้ใครก็ตามที่เคยหลงใหลเธอต่างก็สงสัยใคร่รู้ว่าทำไมอะไรถึงทำให้เธอต้องอับอายก็ข้อหา “ร้ายนัก”
มีความลับบางอย่างที่คนวงนอกไม่เคยรู้เกี่ยวกับมิโฮะ ยิ่งเธอมีความลับมากเท่าใดก็ยิ่งมีคนสนใจมากขึ้นเท่านั้น แม้ว่าจะมีข่าวเสียๆหายๆเกี่ยวกับเธอให้ได้ยินบ้างแต่ทุกคนที่หลงใหลเธอกลับไม่เชื่อ แต่เลือกที่จะพิสูจน์มันด้วยตัวเอง
สิ่งที่ทุกคนนึกถึงเวลาได้ยินชื่อ “มิโฮะ” นั้นไม่เพียงแค่ความสวยที่ทุกคนต้องหันมอง ความลึกลับของเธอก็เป็นหนึ่งในหัวข้อติดอันดับให้วงนินทาของหญิงสาวขี้อิจฉาที่ให้ใครดีเด่ไปกว่าตัวเองไม่ได้ได้กลั้วปากเหม็นๆของพวกเธอ ถ้าพูดกันจริงๆความลึกลับของเธอน่าจะโดดเด่นนำหน้าความสวยของเธอไปหลายหุบเขากินคน บ้างก็ว่าเธอเล่นคุณไสย บ้างก็ว่าเธอติดยา บ้างก็ว่าเธอเป็นร่างทรง บ้างก็ว่าเธอเป็นฆาตกรโรคจิต แต่ใครเล่าที่จะรู้ความจริง เพราะคนที่รู้ความจริงไม่เคยได้รอดชีวิตออกมาเผยสิ่งลี้ลับที่คนขี้ขลาดเฝ้าถวิลหา
…ยังไม่มีต่อ…
Posted by: mondaymelody on: สิงหาคม 23, 2007
“จอยจะมาทำแบบนี้กับเอกไม่ได้นะ “
เสียงชายหนุ่ม แผดขึ้นท่ามกลางความเงียบของอพาท์เมนท์แห่งหนึ่ง
ชายหนุ่มผู้ซึ่งอายุประมาณ ยี่สิบกว่ากับเด็กสาว รุ่นราวคราวเดียวกัน
สองคนนี้ ยืนถกเถียงกันมาซักพักหนึ่งแล้ว แต่หามีคนสนใจไม่
ก่อนที่ผ่ายชายแผดเสียงจนเกือบตะโกนออกมา
นั่นเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้างได้ดีทีเดียว
ซึ่งไม่ละเว้นผม
ผู้มีความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านเหมือนคนอื่นๆ
พอจับใจความเรื่องหึงหวงกันทั่วๆไป
ของคู่รักที่นิยมอยู่ก่อนแต่งเป็นเรื่องราวธรรมดาของสังคมสมัยนี้
“จอย”
เด็กสาววัยรุ่น วัยเจริญพันธุ์ที่บานสะพรั่ง
เธอสวย น่ารักแล้วดูแก่นแก้ว น่าถนะถนอม
จึงไม่แปลกเลยที่เธอ จะสามารถทำให้ชายหนุ่ม
พากันเหลียวมองและอยากแสดงความเป็นเจ้าของเธอ
และเธอก็ทำได้ดีเสียด้วยในการบริหารหนุ่มๆเหล่านั้น
ให้พากันหลงรักเธอ โดนมีเงื่อนขัย
แต่เธอก็เลือกไว้หนึ่งคน
ชายที่พร้อมทำให้เธอทุกอย่าง
ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุข
แน่ล่ะ เธอเลือก “เอก”
”เอก”