mondaymelody

Archive for the ‘เป็นเรื่องเป็นราว’ Category

0021|นิทานหิ่งห้อย

Posted by: mondaymelody on: สิงหาคม 23, 2007

23/12/06
นิทานหิ่งห้อย 
ในคืนนี้หรือคืนไหนๆ
ใต้ต้นลำพูริมลำธารสายยาว จะมีหิ่งห้อยอยู่ตัวหนึ่ง
เจ้าหิ่งห้อยอยู่ตัวเดียวลำพัง ส่องแสงกระพริบเป็นจังหวะในเวลากลางคืน
หวังว่าแสงสีส้มริบหรี่จะสะท้อนกับพื้นน้ำที่สั่นไหวอยู่ตลอดเวลาเข้าสักวัน 
ในคืนฤดูหนาวคืนหนึ่ง
สายลมพัดแรงกว่าคืนไหนๆ
เจ้าหิ่งห้อยพร่ำบอกตัวเองเรื่อยมาว่า
เธอจะต้องไปให้ถึงฝันให้ได้
เจ้าหิ่งห้อยฝันที่จะพบกับเจ้าชายของเธอ
ในคืนที่สายลมหนาวพัดแรงอย่างนี้
เธอละทิ้งต้นลำพูและออกเดินทางตามหาเจ้าชายของเธอ 
ยิ่งเธอออกไปไกลจากต้นลำพูมากเท่าไร
ลมหนาวก็ยิ่งพัดกระหน่ำมากขึ้น มากขึ้น
ตัวเจ้าหิ่งห้อยบอบบางนัก ไม่สามารถทนกระแสลมแรง
หนาวเย็นยะเยือกที่คอยพัดปะทะตัวเธอ
อย่างไม่หยุดหย่อนนั้นได้ 
เจ้าหิ่งห้อยที่บอบบางลอยตามกระแสลมพัด
ไกลออกไป ไกลออกไป จนไม่รู้ว่าตัวเธออยู่ ณ แห่งใด
ด้วยความหนาวเหน็บ และโรยแรง
เจ้าหิ่งห้อยก็สลบไปท่ามกลางคืนหนาวที่ไร้แม้แสงดาว
ในดินแดนที่ห่างไกลต้นลำพู 
เวลาผ่านไปเนินนาน
เสียงหวีดหวิวของสายลมยังกรรโชกไปมาอยู่รอบตัว
เจ้าหิ่งห้อยรู้สึกตัวแล้ว แต่ไม่รู้ได้ว่าตัวเองอยู่แห่งใด เวลาใด
และที่สำคัญ ตัวเจ้าหิ่งห้อยเองกำลังทำอะไร มาที่นี่ทำไม 
ใต้ฟ้าที่มืดมิด เจ้าหิ่งห้อยตัดสินใจเดินไปข้างหน้าต่อไป
โดยที่ไม่รู้เลยว่าเป็นทิศใด รู้แค่เพียงต้องเดินต่อไป
เจ้าหิ่งห้อยที่บอบบาง บินต้านลมหนาวไม่ไหว
จึงตัดสินใจเดินไปตามทางที่ลมหนาวพัดพา
ไปอย่างโซซัดโซเซ อย่างไร้จุดหมาย 
… 
เหมือนฟ้ารู้ว่าเจ้าหิ่งห้อยกำลังหลงทาง หนาวสั่นและหิวโซ
ไม่นานนักเจ้าหิ่งห้อยก็เห็นแสงริบหรี่อยู่ไกลๆ
เจ้าหิ่งห้อยเร่งเดินเข้าหา โดยไม่ได้สนใจสิ่งใด
ขอเพียงแค่คือแสงไฟที่ให้ความอบอุ่นได้ก็คงพอ
เจ้าหิ่งห้อยคิดอย่างนั้น 
ยิ่งเข้าใกล้ เจ้าหิ่งห้อยก็รู้สึกว่ายิ่งอบอุ่นขึ้น
ลมหนาวที่เคยพัดแรงก็เริ่มสงบลง
กลิ่นอาหารหอมอบอวน แสงไฟเริ่มสว่างชัดตาขึ้น
สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเจ้าหิ่งห้อยคือ
ปราสาทสีขาวตั้งตระหง่านสูงลิบ
ทันใด ประตูปราสาทก็ค่อยๆเปิดออก
เจ้าหิ่งห้อยไม่รีรอที่จะเข้าไป โดยไม่ได้สนใจสิ่งใด
ข้างในปราสาทนั้นอบอุ่น กว้างขวาง
เต็มไปด้วยอาหาร แสงไฟหลากตา
แต่เจ้าหิ่งห้อยนึกแปลกตรงที่ตั้งแต่เข้ามา
ยังไม่มีใครออกมาต้อนรับเจ้าหิ่งห้อยสักคน
เจ้าหิ่งห้อยบินวนไปรอบปราสาทอันกว้างใหญ่
เข้าห้องนั้น ออกห้องโน้น บินวนไปมาจนเหนื่อย
แต่เจ้าหิ่งห้อยก็ไม่พบใครสักคน 
เจ้าหิ่งห้อยเหนื่อยแสนเหนื่อย
กับทั้งการเดินทางและการตามหาใครสักคนในปราสาท
เจ้าหิ่งห้อยจึงนั่งพักอยู่ที่ห้องห้องหนึ่งที่มีเตียงนุ่มสบาย
สักพักเจ้าหิ่งห้อยก็เผลอหลับไป 
… 
บนเตียงนุ่ม อากาศอบอุ่น ณ ปราสาทสีขาวแห่งใดแห่งหนึ่ง
เจ้าหิ่งห้อยฝัน เจ้าหิ่งห้อยฝันว่า
เธอได้อาศัยอยู่ในปราสาทวีขาวอันใหญ่โตแต่ร้างไร้ผู้คน
รู้สึกเหมือนว่าเธอได้อยู่ที่นี่มาเป็นเวลานาน
เจ้าหิ่งห้อยไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก เธอรู้สึกอย่างนั้น
เจ้าหิ่งห้อยได้เดินทางออกมาไกลจากสถานที่แห่งหนึ่ง
มันไกลมาก เจ้าหิ่งห้อยจำไม่ได้ว่าที่ไหน
เจ้าหิ่งห้อยมาทำอะไรที่นี่ เจ้าหิงห้อยรู้สึกสับสนมาก
และปวดหัวมากๆด้วย 
แล้วเจ้าหิ่งห้อยก็สะดุ้งตื่น
แสงแดดจ้าที่ส่องตาผ่านหน้าต่างบานใหญ่ ทำให้เจ้าหิ่งห้อยต้องเบือนหน้าหนี
“ฉันมาทำอะไรที่นี่ ฉันอยู่ที่ไหน”
เจ้าหิ่งห้อยพึมพำกับตัวเอง 
เจ้าหิ่งห้อยรีบลุกจากเตียง
ผ่านหน้าต่างใหญ่บานนั้น เจ้าหิ่งห้อยมองเห็นกระท่อมเล็กๆ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวหลังปราสาทใหญ่
เจ้าหิ่งห้อยไม่รอที รีบบินออกจากปราสาทไปยังกระท่อมเล็กหลังนั้น 
ที่กระท่อมเล็กหลังนั้น เจ้าหิ่งห้อยได้พบกับเด็กน้อยคนหนึ่ง 
“พี่สาวมาตามหาเจ้าชายหรอครับ”
เด็กน้อยเอ่ยทันทีที่เห็นเจ้าหิ่งห้อยเปิดประตูเข้ามา 
“สะ สวัสดีจ๊ะใช่ ใช่สิ ฉันกำลังตามหาเจ้าชายนี่นา
หนูรู้ได้ยังไงล่ะจ๊ะ” เจ้าหิ่งห้อยสงสัย 
“พี่สาวมาถึงปราสาทนี้แล้วไม่เจอเจ้าชายหรือครับ”
เด็กน้อยยังคงตั้งคำถาม 
“ใช่จ๊ะ พี่บินเข้าออกทุกห้องเลย แต่ก็ไม่เจอใครสักคน ว่าแต่หนูรู้ได้ยังไงล่ะจ๊ะ”
เจ้าหิ่งห้อยสงสัย 
“ถ้ายังงั้น ที่นี่ก็คงไม่ใช่ปราสาทของพี่สาว เจ้าชายของพี่สาวไม่ได้อยู่ทีนี่
พี่สาวต้องออกเดินทางอีกครั้ง” เด็กน้อยพูด 
“แล้วหนูพอรู้ไหมจ๊ะว่าเจ้าชายของพี่อยู่ที่ไหน” 
เจ้าหิ่งห้อยถาม 
“ตามเสียงสายน้ำไป จะมีที่ที่หนึ่งที่คงอยู่อย่างนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
พอเด็กน้อยพูดจบ สองปีกสีขาวสว่างตาก็โผล่ออกมาจากหลัง
และเด็กน้อยก็บินอกสู้ท้องฟ้าพร้อมกับรอยยิ้มใจดี 
“จงเดินทางไปตามสัญชาตญาณของเจ้า”
เด็กน้อยกล่าวเบาๆแต่ดังก้องไปทั่วท้องฟ้า 
… 
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น สายฝนโปรยปราย สายลมยังคงพัดแรง
เจ้าหิ่งห้อยฟื้นตื่นขึ้นมาและรู้สึกตัวว่าทั้งหมดเป็นความฝัน
เจ้าหิ่งห้อยนึกถึงคำพูดของเด็กน้อยกับปีกสีขาวในความฝัน
ตอนนี้ [...]

0019|ลูกสะใภ้

Posted by: mondaymelody on: สิงหาคม 23, 2007

เป็นเรื่องเกี่ยวกับลูกสะใภ้กับแม่ยาย 
ระหว่างรับประทานอาหารเย็นร่วมกันพร้อมหน้า
แม่ยาย ลูกชาย และ ลูกสะใภ้ 
ลูกชาย เป็นไงครับแม่ อร่อยไหมครับ เนี่ยวันนี้ ลูกสะใภ้แม่ลงมือทำกับข้าวเองเลยนะเนี่ย
(ทีแรกอยู่แม่ยายก็แสดงทีท่าว่าอร่อย แต่พอลูกชายบอกว่าใครทำเท่านั้นแหละก็ทำท่าจะสำลัก ลุกขึ้นพรวดพราดบอกว่าจะกลับห้อง) 
ลูกชาย แม่ เป็นอะไรไปแม่ อยู่ๆก็ลุกพรวดพราดออกไปอย่างนั้น
(แม่ยายทำท่าจะล้ม ต้องให้ลูกชายมาประคอง)
แม่ยาย อ้อ ไม่เป็นไรมากหรอกลูก พอดีอาหารที่เมียแกทำน่ะ มันมีสารอาหารไม่พอ เลยปวดหลังเอาน่ะ
//ลูกสะใภ้อยู่ๆก็ทำหน้าเอ๋อปากเบี้ยว-พร้อมๆกับกล้องซูมไปทีหน้าเต็มอยู่สองวินาที 
เย็นวันต่อมา
ระหว่างรับประทานอาหารเย็นร่วมกันพร้อมหน้าอีกครั้ง
แม่ยาย ลูกชาย และ ลูกสะใภ้ 
ลูกชาย คุณแม่ ลองทานนี่ดูซิครับ มีสารอาหารครบถ้วนเลยนะครับ 
ลูกสะใภ้ เมื่อวานเห็นคุณแม่บ่นว่าสารอาหารไม่พอดี ก็เลยทำอาหารจานเด็ดสูตรพิเศษเพื่อคุณแม่โดยเฉพาะเลยค่ะ ลองทานดูซิคะ
(แม่ยายเมื่อเห็นลูกสะใภ้เอาใจ ก็หัวเราะเออออใหญ่กินแล้วก็บอกว่า อร่อยๆไม่หยุดปาก) 
ลูกสะใภ้ ขอให้คุณแม่มีสุขภาพดี สมบูรณ์แข็งแรงตลอดไปนะค่ะ
(ว่าแล้วทั้งคู่ แม่ยายและลูกใภ้ก็หัวเราะไปกินไปไม่หยุด) 
(ด้านลูกชายเห็นว่าแม่ยายกับลูกสะใภ้เข้ากันได้ดีก็โล่งดี) 
ลูกชาย อ๊ะ น้ำหมดซะแล้ว เดี๋ยวผมไปเอาน้ำก่อนนะครับ 
(พอเดินไปถึงครัวก็เห็นกล่องอะไรคล้ายๆอาหารหมาวางไว้)
ลูกชาย เอ… บ้านเราเลี้ยงหมาตั้งแต่เมื่อไร 
(พอหันไปจะเปิดตู้เย็นก็เหลือบไปเห็นกล่องแบบเมื่อกี้ยัดอยู่เต็มถังขยะจนทะลักออกมา)
//ลูกชายอยู่ๆก็ทำหน้าเอ๋อปากเบี้ยว-พร้อมๆกับกล้องซูมไปทีหน้าเต็มอยู่สองวินาที-แล้วก็เปลี่ยนไปทีลูกสะใภ้กับแม่ยายนั่นหัวเราะกันอยู่-อยู่ๆลูกสะใภ้ก็หัวเราะดังขึ้นเรื่อยๆน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆเหมือนคนบ้า)